เมนูหลัก
 สมาชิก

เพิ่มเพื่อน

หมวดหมู่วัตถุมงคล
พระกริ่ง 1 พระชัย 1 พระรอดหลวงหริภุญชัย รุ่น ปลียอดฉัตรพระธาตุเจ้าหริภุญชัย 1 เทวดาประจำวันเกิด / ราศีเกิด 4 เทพพระราหูทรงครุฑ 1 ลูกนิมิต พระราหูทรงครุฑ 1 พระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฏิ 1 สุดยอดสีผึ้ง ขุนแผนมนตรานาคราช 1 สีผึ้งมหาเศรษฐี สาริกาลิ้นทอง 1 พระกำลังแผ่นดิน 1 ปฏิทินโหร ปี 2562 1 บารมีนาคราช ปี 2562 1 แหวนวิรูปักโขนาคราช 1 มหามงคลวัตถุพญานาคราช จัดสร้างโดย พระครูปลัดภุชงค์ , พระมหาสุบิน , รายการทรัพย์แผ่นดิน 1 พระพิฆเนศ 1 ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 1 จตุคามรามเทพ 1 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ 1 เหรียญเจ้าสัวอู่ทอง 1 พระพุทธชัยมงคล (พระนอน) 1 หลวงปู่ทวด 1 พระลักษมณ์หน้าทอง 1 พระภรตมุนี 1 บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ 1 พระนเรศวรมหาราช 1 พระเจ้าตากสินมหาราช 1 พระแม่ธรณี 1 พระแม่จามเทวี 1 ย่าโม (ท้าวสุรนารี) 1 พระตรีมูรติ 1 วัดแค จ.สุพรรณบุรี 1

เหรียญบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ (หน้าแก่ ใหญ่)

 เหรียญบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ (หน้าแก่ ใหญ่)

fjrigjwwe9r1ShopProduct:ShopProduct_FullDetail

เหรียญบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ หน้าแก่

ขนาดใหญ่ 2.6 เซนติเมตร เนื้อทอแดงรมดำ

ด้านหลัง ตราสถาบันพยากรณ์ศาสตร์

จัดสร้างปี 2554

 

มหามงคลที่ระลึก ร่วมบุญสร้างองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ประดิษฐาน ณ วัดลอยเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ , วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพฯ , วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี , วัดบัวขวัญ (พระอารามหลวง) จังหวัดนนทบุรี และ วัดศาลาลอย จังหวัดนครราชสีมา เพื่ออาศัยบารมีของบรมครูหมอ ปัดเป่าทุกข์โศกโพยภัย ทั้งทุกข์ทางกายทุกข์ทางใจ ให้พ้นไปจากปวงชนชาวไทย ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา องค์พระมหากษัตริย์เจ้า ตลอดจนปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 


ประวัติแห่งการกำเนิด 

องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นบุตรแห่งหญิงกลางเมือง นามว่า สาลวดี เจ้าชายอภัย โอรสแห่งพระเจ้าพิมพิมพิสาร นำมาเลี้ยงไว้เป็นพระราชโอรสบุญธรรม ต่อมามอชีวกได้ไปศึกษาวิชาการแพทย์ ณ สำนักตักสิลา แคว้นคันธาระ และสำเร็จวิชาการแพทย์ในวัยยังไม่ถึง ๒๐ ปี ถือว่าเป็นหมอหนุ่ม เป็นนายแพทย์ผู้มีความรู้ความสามารถในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ 


ตามประวัตินั้น เป็นแพทย์ที่สำเร็จจากสำนักทิสาปาโมกข์ เมืองตักศิลา ในวันไม่ถึง ๒๐ ปี เป็นนายแพทย์หนุ่มที่เป็นมหาเศรษฐี สร้างวัดอัมพวันถวายพระพุทธเจ้า เป็นหมอหนุ่มที่มีความเมตตา ได้ชื่อว่าเป็นหมอเทวดาในสมัยพุทธกาล เป็นหมอหนุ่มที่ถวายการรักษาพระเจ้าพิมพิสารให้หายขดจากโรคริดสีดวงทวาร จนได้เป็นหมอหลวงประจำในสำนักของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นผู้ถวายการรักษาให้พระเจ้าปัชโชติ ผู้โหดร้าย ให้หายจากวัณโรคปอดและพ้นจากราชภัย เป็นนายแพทย์หนุ่มผู้มีความสามารถทำการรักษาคนด้วยการผ่าตัดเปิดกะโหลก ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นนายแพทย์หนุ่มผู้รักษาบาดแผลของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากการถูกพระเทวทัตประทุษร้าย 


ประวัติของหมอชีวกโกมารภัจจ์ยิ่งใหญ่ในสมัยพุทธกาล และด้วยแรงอธิษฐานข้ามชาติข้ามภพ จึงได้มาบังเกิดเป็นหมอหลวงผู้รักษาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้มีพุทธบัญญัติที่บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ได้ทูลขอ ถึงเรื่องการรักษาสุขอนามัยในสำนักแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 


จึงเป็นบทบัญญัติที่มาของการนุ่งห่มครองผ้า และการรับประเคนผ้าอาบน้ำฝน การรับหรือไม่รับบุคคลเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นโรคประจำตัวต่างๆ องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ สำเร็จโสดาบันปัตติผลในขณะเป็นมนุษย์ มีดวงจิตที่บริสุทธิ์ และเป็นผู้ที่ไม่สะสมสมบัติใดๆ ไร้ครอบครัว ไร้การสะสม ถือกำเนิดดำรงตนตามแรงอธิษฐาน นับตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนที่มีนามว่า ปทุมมุตระพุทธเจ้า แล้วเห็นมีหมอหลวงประจำรักษาองค์พระพุทธเจ้าในสมัยนั้น จึงได้เปล่งคำอธิษฐานเป็นสัจจะกิริยา ทำให้น้อมนำมาเกิด ถือกำเนิดเป็นองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ผู้ชำนาญด้านการรักษาพยาบาลเป็นบรมครูหมอ 


ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา มีโรคระบาดอันเกิดจากเชื้อ H1N1 เป็นโรคที่น่ากลัว และจากนี้เป็นต้นไปเมืองไทยจะเจอกับโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาดนานาประการ เพราะดวงเมืองอยู่ในคราวคับขัน มีดาวเสาร์เล็งชะตาเมือง มักจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาหายยาก เหมือนตอนที่เกิดโรคห่าระบาด เมื่อคราเปลี่ยนกรุง จากกรุงสุโขทัยเป็นกรุงศรีอยุธยา และเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕ จึงต้องสร้างบรมครูหมอไว้ ๔ ทิศ ประสิทธิประสาทพร พระบารมีของพระโสดาบัน อริยบุคคล และสำเร็จด้านการแพทย์ ผู้มีความชำนายการ ได้แผ่บารมีประทานพร ปัดเป่าทุกข์โศกโพยภัยให้พ้นจากประเทศไทย และปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อเป็นมงคลเจริญในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นี้ 


จึงเกิดโครงการสร้าง องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ ภาค โดย สถาบันพยากรณ์ศาสตร์ เป็นเจ้าภาพ โครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ พระองค์ ประดิษฐาน ๔ ทิศ 


องค์ที่ ๑ ประกอบพิธีการการเททองหล่อ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดย เจ้าคุณพระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรฯ และเจ้าคุณพระเทพปัญญามุนี เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม 


องค์ที่ ๒  ประกอบพิธีการเททองหล่อ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี โดย เจ้าคุณพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี และ พระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร เจ้าอาวาสวัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี 


องค์ที่ ๓ ประกอบพิธีททองในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ วัดลอยเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ ในเมืองที่เรียกว่านพบุรีศรีนครพิงค์


องค์ที่ ๔ ประกอบพิธีเททอง ณ วัดบัวขวัญ (พระอารามหลวง) จังหวัดนนทบุรี


นี่คือเรื่องราวประวัติแห่งการก่อกำเนิดบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ 


ชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์ 

ชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์ ในการสร้าง องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ในเบื้องต้นนั้น ได้นำเอาชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือจากการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนองค์หนึ่ง คือองค์ที่ประดิษฐาน ณ วัดลอยเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ องค์ที่ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ เนื้อทองเหลืองรมดำ 


องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ รุ่นที่ ๒ ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นั้น เป็นองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ภาคหน้าหนุ่ม แข็งแรง เป็นภาคแห่งวัยรุ่งโรจน์หรือเป็นภาคแห่งชีวิตรุ่งโรจน์ รุ่น อโรคยา ปรมา ลาภา เป็นการปั้นพิมพ์โดย นายช่างปัทม์ ปัทมรังคะ ช่างที่มีฝีมืออันยิ่งยง โดยเฉพาะเป็นหัวหน้านายช่างที่ปั้นพระนารายณ์กวนเกษียรสมุทร ที่สนามบันสุวรรณภูมิ จึงเป็นมหามงคลประวัติศาสตร์ที่มีไว้คู่แผ่นดิน ในการที่จะระลึกนึกถึงอริยบุคคลนั้น คือบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ 


ชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างในปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ องค์ปฐมนั้น เกิดจากชนวนมวลสารที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เททองนำฤกษ์ เกิดจากชนวนมวลสารที่สมเด็จเจ้าพระคุณพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) วัดสุวรรณารามในสมัยนั้น เป็นประธานจุดเทียนชัย และเกิดจากเกจิอาจารย์ที่สำคัญหลายองค์ เช่น หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา และพระเกจิชื่อดังในยุคสมัยนั้นนับเป็นร้อยรูป ที่มาประกอบพิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก ณ โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ รุ่นพลังจิตพิชิตโรค 


ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ ได้นำชนวนทองคำบริสุทธิ์ ไปกราบนมัสการขอบารมีจาก เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ , เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ , พระสมเด็จมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิตร , เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีระวงศ์ วัดสัมพนธวงศ์ , เจ้าพระคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทร์ เจ้าพระคุณสมเด็จทั้ง ๕ รูป เมตตาจารย์แผ่นทองคำอธิษฐานจิตให้หล่อบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ตามศรัทธาแห่ง อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออาศัยบารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ คุ้มครองปกป้องรักษา ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ และปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า และยังมีแผ่นทองจาก เจ้าพระคุณพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ , เจ้าพระคุณพระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ , เจ้าพระคุณพระพรหมสุธี วัดสระเกศ , เจ้าพระคุณพระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตร , เจ้าพระคุณพระราชปัญญาโมลี วัดพระธาตุหริภุญชัย , เจ้าพระคุณพระพิพัฒน์นาธร วัดทรงธรรมวรวิหาร จังหวัดสมุทรปราการ , ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดบ้านเด่น จังหวัดเชียงใหม่ , พระครูภาวนาโสภณ จังหวัดลพบุรี , เจ้าคุณพระเทพรัตนดิลก วัดศาลาลอย จังหวัดนครราชสีมา , พระครูพิศาลจริยาภิรมย์ (มหาสุรศักดิ์) วัดประดู่ จังหวัดสมุทราสาคร ได้จารอธิษฐานแผ่นทองคำ แผ่นเงิน เพื่อให้ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ นำไปหล่อองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ 


และยังมีแผ่นยันต์ชนวนอีกนับเป็นพันแผ่นที่เกิดจากครูบาอาจารย์ทั่วประเทศอธิษฐานจิต แผ่นยันต์ชนวนจากชนวนนวโลหะหล่อพระกริ่งอายุวัฒนมงคล หลวงปู่เปรื้อง วัดลาดยาว , พระกริ่งในสายนครสวรรค์ ที่คุณศรีชัย เสาวภาคย์ภูษิต รวบรวมเอาไว้ ชนวนหล่อพระกริ่งนับเป็นหลายพันรุ่นที่ คุณลุงสมร รัชนธรรม แห่งโรงงานหล่อพระเก่าแก่ได้มอบให้อีกจำนวนหนึ่ง ชนวนหล่อพระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฏิทั่วประเทศ ๙ องค์ อันเกิดจากแผ่นทองอธิษฐานของประชาชนนับเป็นหลายหมื่นแผ่น ถือว่ามีชนวนมวลสารโลหะมากมายมหาศาล รวมหล่อองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ปฐมเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม และหล่อองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ที่ ๒ ณ วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ โดย เจ้าพระคุณพระเทพสุวรรณโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี และพระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร เจ้าอาวาสวัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี และนำเอาชนวนมวลสารที่เก็บสะสมจากการหล่อพระกริ่งหลายรุ่น ซึ่งมีทองคำ เงิน ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก มาหลอมหล่อเป็นชนวนนวโลหะ เพื่อสร้างองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ที่สาม และองค์ที่สี่ โดยเอาชนวนหลักจำนวนหนึ่งผสมเพื่อหล่อองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ขนาดบูชา ทั้งแบบพิมพ์ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ และพิมพ์ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ คือพิมพ์หน้าหนุ่ม รุ่น อโรคยา ปรมา ลาภา (ชีวิตรุ่งโรจน์) เพราะเป็นช่วงห้วงวัยที่องค์บรมครูหมอชีวก ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นหมอหนุ่มประจำในราชสำนักและหมอหลวงรักษาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าเป็นช่วงวัยชีวิตรุ่งโรจน์ เงินทองมากมาย สติปัญญาเป็นเลิศ ตกผลึกในองค์ความรู้วิชา และมีเงินตรา ทรัพย์สมบัติมากมาย เป็นหมอเศรษฐีคนหนึ่งในสมัยพุทธกาล จนถึงขนาดเอาเงินมาสร้างวัดชื่อ วัดอัมพวัน ถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ถือว่ายิ่งใหญ่ ชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์จึงจำเป็นและสำคัญ ก็เป็นไปตามที่ได้บอกได้กล่าวนั้น 


วิธีการบูชา อธิษฐานขอพร 

ถ้ามีความปรารถนาที่จะให้เกิดความสุขความเจริญ ด้วยบารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ มีบารมีปัดเป่าทุกข์โศกโพยภัย คือทุกข์ทางกายทุกข์ทางใจ โรคทางกายโรคทางใจนานาประการ ยกเว้นกรรมเก่าอันเกิดจากการทำกรรมอันเป็นอกุศล เรียกว่า “จูฬกัมมวิภังคสูตร” บารมีให้พ้นจากคุณไสย อวิชชา ยาพิษ เสน่ห์เล่ห์กล มนต์ดำ คุณผีคุณคน ภูตผีปีศาจและดาวร้าย ที่เป็นฝ่ายอกุศล จะบันดาลดลคุ้มครองป้องกันภัยต่างๆให้แคล้วคลาดจากภยันอันตรายและโรคภัยต่างๆได้ และประทานพรให้เกิดสุขสวัสดี โชคดีมีปัญญา เพราะบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์สำเร็จการแพทย์ ตั้งแต่อายุไม่ถึง ๒๐ ปี แสดงว่ามีปัญญาเป็นเลิศ เป็นอัจฉริยะบุคคลในด้านปัญญา บารมีในเรื่องของเมตตามหานิยม เป็นที่รักที่เมตตา รักใคร่แก่มนุษย์และเทวดาทุกหมู่เหล่า ประชาชน มหาเศรษฐี ถึงมหาราชาเมตตารักใคร่ ไว้เนื้อเชื่อใจ ตลอดจนบารมีบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์รักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็เป็นบารมีใน ๓ ประการ ๓ ทางที่โดดเด่นอันยิ่งใหญ่ ใครได้บูชาไว้ประจำตัวประจำตน กราบไหว้ ขอพรสวดบทบูชา จะบังเกิดมหามงคลขึ้นกับชีวิต 


การบูชาบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ให้ตั้ง นะโม ๓ จบ เสร็จแล้วสวดพระคาถาว่า 

“โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กะรุณิโก สัพพะสัตตานัง โอสะถะ ทิพพะมันตัง ปะภาโส สุริยาจันทัง กุมาระภัจโจ ปะกาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโต สุเมธะโส อะโรคา สุมะนา โหมิ” 


ข้าพเจ้าขออธิษฐาน เป็นสัจจะกิริยาว่า ขอบุญบารมีที่ข้าพเจ้าได้ร่วมสร้าง ร่วมบูชา ทำบุญตามศรัทธา ในการสร้างองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ประดิษฐาน ณ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนบุญกุศลที่ได้เกิดจากการอนุโมทนาสาธุการ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ด้วยจิตใจที่เคารพบูชาบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ จงเป็นบารมีบุญประสิทธิ์ประสาทพรให้ข้าพเจ้านั้น พ้นจากทุกข์ร้ายภัยเวร โรคเวรโรคกรรม คุณไสย อวิชชา คุณคน ตลอดจนเหตุเภทภัยนานาประการ ที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บไข้ได้ป่วย 


ขอให้ข้าพเจ้ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิต สุขภาพใจสมบูรณ์ มีจิตประภัสสร มีความสุข พ้นจากห้วงแห่งความทุกข์นานาประการ มีปัญญาเป็นเลิศ ประเสริฐดุจองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ มีสัมมาทิฏฐิ ตลอดจนมีโชคลาภบารมีดุจบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ใช้อาชีพการแพทย์ประกอบสัมมาอาชีวะจนประสบความสำเร็จและร่ำรวย จงพ้นจากทุกข์ร้ายภัยเวรต่างๆนานาประการ ตามที่ได้เอ่ยอธิษฐานไปแล้วนั้น ทั้งโรคที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ จากอมนุษย์ ที่เป็นฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ หรือจากใครใครก็ตามที จงบันดาลดลให้ข้าพเจ้าพ้นจากความเจ็บไข้ได้ป่วยในปีนาคราช ปีมะโรงนี้ทุกประการ 


ขอบารมีบุญขององค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ได้คุ้มครองรักษาให้หายป่วยหายเจ็บ ทั้งทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ ดุจที่เคยมีบารมีและได้แสดงได้กระทำได้สร้างสมมาแล้ว ตั้งแต่ในชาติในภพที่ผ่านมา สู่ในชาติในภพปัจจุบัน ที่สาธุชนได้รู้จักนามของท่านไปทั่วโลก ในฐานะที่เป็นนายแพทย์ประจำตัวพระพุทธองค์ ขอมงคลเจริญจงเกิดขึ้นตามแรงอธิษฐาน นับตั้งแต่วินาทีสืบไปเมื่อหน้า ด้วยทุกประการ เทอญ 


หมายเหตุ ในการใช้บทสวดมนต์ ให้คุณมีบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ติดตัวประจำตน ทั้งแขวน ใส่กระเป๋า หรือจะเหน็บในกระเป๋าก็ได้ หรือจะตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน ที่บ้าน ในรถ ได้ทั้งนั้น เป็นมหามงคลคุ้มครองให้พ้นโพยภัย 


หากคุณโดนคุณไสย อวิชชา หรือโดนกระทำในคุณต่างๆ ให้เอาน้ำบริสุทธิ์ใส่ขวด หรือซื้อน้ำบริสุทธิ์ที่ใส่ขวดเรียบร้อยแล้ว หรือไปบูชาทำบุญที่วัดลอยเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำที่ผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ คือพิธีที่ปัดเป่าเคราะห์หรือโพยภัย เป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง ให้จุดธูปเทียนบูชา พร้อมทั้งดอกไม้เรียบร้อยแล้ว แล้วหยิบน้ำขึ้นมาอธิษฐานว่า 


“ข้าพเจ้าขออธิษฐานจิตให้น้ำนี้ มีองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์บารมีพิทักษ์รักษา เป่าเสกให้น้ำนี้เป็นน้ำมหาทิพยมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไปอาบตัวดื่มกิน และเป็นมหามงคลขจัดปัดเป่าโรคร้ายภัยเวร ภัยพิบัตินานาประการ ให้มลายหายไป ทั้งคุณไสย คุณคน อวิชชา ยาพิษ มนต์ดำ เสน่ห์เล่ห์กลทั้งหลาย จงสลายไปด้วยบารมีของน้ำมหาทิพยมนต์นี้จากบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ด้วยทุกประการ เทอญ สาธุ สาธุ สาธุ"


พิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก วาระที่ ๑ 

ผ่านพิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษกครั้งประัวัติศาสตร์ ในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ณ วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี ในพิธีเจริญมหาพุทธมนต์นพเคราะห์ และพิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก มีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตเป็นจำนวนมาก โดยมี 


๑. พระธรรมรัตนดิลก (หลวงพ่อเชิด) วัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพ 

๒. พระราชนันทมุนี (หลวงพ่อสำรวย) วัดละหาร จ.นนทบุรี 

๓. พระราชปัญญาโสภณ (หลวงพ่อเพชร) วัดสระเกศ กรุงเทพ 

๔. พระครูสุวรรณสีลาธิคุณ (หลวงพ่อพูน) วัดบ้านแพน จ.อยุธยา 

๕. พระครูพิศาลจริยารม (มหาสุรศักดิ์) วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม 

๖. พระครูปทุมวรกิจ (หลวงพ่อชำนาญ) วัดบางกุฎีทอง จ.ปทุมธานี 

๗. พระครูวิมลจันโทภาส (หลวงพ่ออ่าง) วัดใหญ่สว่างอารมณ์ จ.นนทบุรี 


พิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก วาระที่ ๒ - ได้ประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในพระวิหารวัดลอยเคราะห์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ 


พิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก วาระที่ ๓ - ประกอบพิธีพุทธาเทวามังคลาภิเษก และสมโภช ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕ 


ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ มงคลคู่แผ่นดิน ๕ สมเด็จพระราชาคณะจารแผ่นทองคำอธิษฐานสร้างบรมครูหมอลีวกโกมารภัจจ์ 


๑. สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระอุปัชฌาย์ บิดาในทางพระพุทธศาสนา ของ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เมตตาเจิมแป้งมงคลและอธิษฐานจิตแผ่นทองคำบริสุทธิ์ แผ่นนวโลหะ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๓๙ น. 


๒. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม , รองแม่กองงานพระธรรมทูต ประธานคณะพระธรรมจาริก เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมตตาจาร "สัมมา อะระหัง" บนแผ่นทองคำ แผ่นนวโลหะ อธิษฐานจิต ให้พรแก่ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๐๙ น. 


๓. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ กรรมการเถรสมาคม (ธ) เจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมตตาจารพุทธมนต์โอสถ บนแผ่นทองคำ แผ่นนวโลหะ อธิษฐานจิต เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๐๗.๒๙ น. 


๔. สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมตตาจารแผ่นทองคำ แผ่นนวโลหะ อธิษฐานให้ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๓๙ น. 


๕. สมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑ - ๒ - ๓ - ๑๒ และ ๑๓ (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมตตาจารและอธิษฐานจิต แผ่นทองคำ แผ่นนวโลหะ อธิษฐานให้ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๒๑.๐๙ น.


 ความคิดเห็น